1

วิธีมัดผมดังโงะสำหรับผมสั้น แบ๊วง่าย ๆ สไตล์สาวเกาหลี

1


          วิธีมัดผมดังโงะสำหรับผมสั้น ความแบ๊วนี้จัดเองได้ง่าย ๆ สไตล์สาวเกาหลี ถึงจะตัดผมสั้นแค่ไหนก็ยังรวบได้น่ารักสุด ๆ

ช่วงนี้เทรนด์ผมสั้นก็ยังมาแรงดีไม่มีตก ซึ่งก็รู้แหละว่าสาว ๆ หลายคนตัดตามกระแสกันเป็นแถว และยังมีอีกบางส่วนที่กำลังนึกเสียดายผมใช่ไหมคะ เพราะเวลาตัดผมสั้นแล้วก็ทำทรงอะไรไม่ได้เลยนอกจากปล่อยธรรมดา แต่ ! บอกเลยว่าคุณคิดผิดแล้วล่ะ เพราะถึงแม้ผมจะสั้น ก็ยังมัดผมดังโงะน่ารัก ๆ สไตล์เกาหลีได้สบาย หากอยากรู้แล้วว่าจะผมสั้นจุ๊ดจู๋ขนาดนี้จะไปเกล้าดังโงะขึ้นได้ยังไง วันนี้กระปุกดอทคอมนำวิธีมัดผมดังโงะแบบสเต็ป บาย สเต็ปง่าย ๆ มาฝากแล้วค่ะ

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

– กิ๊บดำ

– หนังยาง

– เครื่องประดับผม (ถ้ามี)

2

เริ่มด้วยเส้นผมที่สะอาดไม่มีความมันก่อน หากผมของคุณเริ่มมันหรือสกปรก ให้ใช้ดรายแชมพูฉีดลงไปให้ทั่ว เพื่อเส้นผมที่สะอาดและเพื่อความจัดทรงง่าย

3

 

ใช้มือรวบผมตรงกลางศีรษะขึ้น แล้วมัดมวยสูง ๆ ไว้ด้านบน

4

ผมที่เหลือตรงท้ายทอย ให้รวบเป็นจุกเดียวกัน แล้วม้วนเกลียวขึ้นไปด้านบน ใช้กิ๊บดำติดให้เรียบร้อย

5

 

ติดเครื่องประดับผมให้น่ารัก ๆ

6

 

ส่วนไหนที่เกินออกมา หรือยังไม่เรียบร้อยดี ให้เก็บรายละเอียดด้วยกิ๊บดำอีกที

7

 

นำผมที่เหลือด้านหน้ามาตลบขึ้นไป แล้วติดกิ๊บให้เรียบร้อย

8

 

ผูกโบที่ดังโงะเพื่อความน่ารัก

9

 

หรือใครไม่มั่นเปิดหน้า อาจจะเปลี่ยนมาปัดข้างแล้วติดด้วยกิ๊บสวย ๆ ก็ได้ค่ะ

หากตัดผมสั้นแล้วยังไม่ช่วยคลายร้อนได้ ก็ลองไปจัดผมดังโงะแบ๊ว ๆ สไตล์เกาหลีแบบนี้กันเลย รับรองว่าเย็นสบาย แถมยังได้ลุคน่ารัก ๆ ด้วย ^_^

ขอขอบคุณ kapook.com

1

แชร์เตือนภัย หลอกสาวปี 1 ถ่ายเซ็กซี่ผ่านไลน์ ขู่ไม่ทำต้องนุ่งผ้าถุงมาเรียน

1

            แชร์เตือนภัย สาวเจอมิจฉาชีพหลอกเป็นรุ่นพี่ ขู่ให้ส่งภาพเซ็กซี่มาให้ ไม่อย่านั้นเจอตัดเกรด ต้องนุ่งผ้าถุงมาเรียน แต่โชคดีไหวตัวทัน

            กลายมาเป็นเรื่องเตือนภัยรับช่วงใกล้เปิดเทอมใหม่ของเหล่านักศึกษาปี 1 ทั้งหลาย เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wareerat Kt ได้เปิดภาพแชทในไลน์ หลังมีคนอ้างตัวเป็นพี่เทค เข้ามาหลอกให้เธอถ่ายภาพเซ็กซี่ส่งไปให้ โดยขู่ว่าหากไม่ทำจะต้องสวมผ้าถุงเข้าเรียน ดังข้อความต่อไปนี้…

2

 

3
4
5


อย่างไรก็ตาม เมื่อคุยกันไปสักพักสาวคนนี้ก็เริ่มรู้สึกผิดสังเกต และรู้ทันว่าตัวเองกำลังโดนหลอก จึงไม่ได้ถ่ายภาพเซ็กซี่ส่งให้ไป ขณะที่ภาพดังกล่าวได้เรียกเสียงวิจารณ์ไม่ใช่น้อย โดยหลายคนมองว่าหากเป็นกิจกรรมรับน้องจริงก็นับว่าเป็นสิ่งที่ไร้สาระ ไม่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องทำตามก็ได้หากพบเรื่องเช่นนี้

            ขณะที่ในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ ได้สอบถามไปยังผู้ใช้เฟซบุ๊ก Wareerat Ktถึงที่มาของภาพดังกล่าว โดยเจ้าของเรื่องเปิดเผยว่า เหตุการณ์ในภาพเกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตนเพิ่งเรียนจบชั้น ม.6 และกำลังจะเข้าไปศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่แล้วก็มีคนอ้างตัวเป็นรุ่นพี่สายเทคแอดไลน์มา ต้องการให้ตนโชว์สปิริตเพราะอยู่สายเซ็กซี่ ทั้งยังขู่ว่าหากอยากใส่ชุดนักศึกษามาเรียนต้องทำตาม มิเช่นนั้นต้องสวมผ้าถุงไปเรียน

            นอกจากนี้พบว่า มิจฉาชีพรายดังกล่าวรู้จักข้อมูลของตนเอง ทำให้เกือบหลงเชื่อ แต่มาจับได้เนื่องจากมีเพื่อนที่เรียนช่วงซัมเมอร์ในมหาวิทยาลัยดังกล่าว ให้ข้อมูลว่ายังไม่มีการจับสายเทคใด ๆ เพราะยังไม่เปิดภาคเรียน และส่วนตัวรู้สึกว่ารุ่นพี่ไม่น่าทำเช่นนี้ จึงนำบทสนทนานี้มาเผยแพร่ เพื่อให้ระมัดระวังกัน อย่างได้หลงเชื่อ

6

7

8

            จากนั้นได้มีรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยและเพื่อน ๆ หลายคนเข้ามาให้กำลังใจ และบอกว่าเคยเจอการถูกหลอกลักษณะนี้เช่นกัน และทราบว่ามิจฉาชีพรายนี้ขโมยรูปคนอื่นมาใช้ โดยเจ้าของรูปตัวจริงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยทางภาคอีสาน ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอ

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Wareerat Kt,kapook.com

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

980580-img.ryd98n.0p

พรุ่งนี้ตีห้า น้ำมันลดราคา 30 สต.ต่อลิตร ทุกชนิด

980580-img.ryd98n.0p

ผู้ค้าน้ำมัน ประกาศปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิด 30 สตางค์ มีผล 05.00 น. วันพรุ่งนี้ 29 ก.ค. 2559 ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการน้ำมัน เป็นดังนี้ ดีเซล 23 บาท 54 สตางค์ โซฮอล์95 23 บาท 30 สตางค์ โซฮอล์91 23 บาท 3 สตางค์ อี-85 16 บาท 74 สตางค์ และ อี 20 20บาท 79 สตางค์ ต่อลิตร (บริษัทบางจาก ปิโตรเลียม)

ขอบคุณที่มา: http://www.js100.com/en/site/news/view/27845

1

ถึงบางอ้อ ! นี่คือ 5 สาเหตุที่ทำให้สิวขึ้นที่แก้มไม่หยุด

1

สิวขึ้นที่แก้มเกิดจากอะไร ? วันนี้เราขออาสาไขข้อข้องใจนี้ให้สาว ๆ ได้รู้ จะได้หน้าสวยใสกันอย่างถ้วนหน้าเลยเนอะ

หากสาว ๆ คนไหนกำลังนอยด์กับสิวเจ้ากรรม เพราะมันดันขึ้นที่แก้มแน่นเอี๊ยด จนคุณแฟนไม่กล้าหอมแก้มแล้ว แม้จะไปรักษากี่ที่ ๆ ก็ไม่หายขาดอย่างที่ต้องการ อ๊ะ … ถ้ารักษาทีไรสิวที่แก้มก็ไม่หายไปสักที ขอบอกเลยว่าเป็นเพราะ 5 สาเหตุนี้แล้วล่ะค่ะ ถ้าเลี่ยงได้ละก็รับรองว่าสิวที่แก้มจะค่อย ๆ ลดลง จนหายขาดไปในที่สุดเลยล่ะ

2

ดื่มแอลกอฮอล์

สาวนักดื่มต้องรู้ไว้ ว่าการดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของสิวที่แก้ม เพราะการดื่มจะส่งผลต่อความสมดุลของตับ ซึ่งเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับผิวนั่นเอง ถ้าดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นตัวการทำลายตับ แน่นอนว่าสิวจะผุดขึ้นมาที่แก้มจนหมดสวยเลยล่ะ

3

สูดอากาศพิษ

รู้นะว่าสาว ๆ ที่ใช้ชีวิตทำงานในเมือง ต้องออกมาเจอฝุ่นควันมลพิษทุกเช้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากสงสัยว่าทำไมสิวที่แก้มขึ้นบ่อยและไม่หยุดขึ้นสักที บอกเลยว่าเป็นเพราะปอดของคุณกำลังมีปัญหา ซึ่งอาจเกิดจากการสูดดมควันพิษหรือควันบุหรี่เข้าไปนี่แหละค่ะ

4

คุยโทรศัพท์มือถือ

อีกหนึ่งตัวการที่สาว ๆ หลายคนคาดไม่ถึงว่าจะทำให้เป็นสิวที่แก้มได้ ก็คือโทรศัพท์มือถือของเรานี่แหละค่ะ เพราะเวลาคุยโทรศัพท์แต่ละที คุณสาว ๆ ก็ต้องเอามาแนบที่แก้ม ซึ่งรู้หรือไม่ว่าบนหน้าจอโทรศัพท์น่ะคือแหล่งรวมสิ่งสกปรกที่มองไม่เห็นเลย ฉะนั้นควรเช็ดทำความสะอาดหน้าจอทุกวัน หรืออาจจะเปลี่ยนมาใช้สมอลทอล์คเวลาคุยก็ได้

5

นอนบนปลอกหมอนสกปรก

ถ้าเป็นสิวที่แก้มไม่หายขาดสักที แม้รักษาดียังไงก็ขึ้นมากวนใจเสมอ บอกเลยว่ามันอาจจะเป็น ปลอกหมอนที่สาว ๆ ใช้หนุนนอนทุกคืนนี่แหละ คือแหล่งรวมเชื้อแบคทีเรียเลยค่ะ ฉะนั้นควรถอดมาซักบ้างสัปดาห์ละครั้ง เพียงเท่านี้ปัญหาสิวที่แก้มก็จะค่อย ๆ หายไปแล้วล่ะ

6

ดูแลสุขภาพช่องปากไม่ดี

ถ้าสาว ๆ คนไหนมีสิวขึ้นที่แก้มด้านล่างเยอะละก็ สาเหตุก็มาจากการที่ดูแลช่องปากไม่ดี จนทำให้เหงือกและฟันมีปัญหานั่นเอง รู้แบบนี้แล้วใส่ใจในการดูแลช่องปากให้มากขึ้น ด้วยการแปรงฟันให้สะอาด ใช้ไหมขัดฟัน หลีกเลี่ยงของหวานที่จะทำให้ฟันผุ แล้วอย่าลืมไปพบทันตแพทย์เป็นประจำด้วยนะคะ

ถ้าหากต้องทุ่มเงินรักษาสิวที่แก้มไปมากมาย แต่ไม่ยอมเลี่ยง 5 สาเหตุนี้สักที บอกเลยว่ากี่ปี ๆ สิวที่แก้มก็ยังจะอยู่กับคุณไปเรื่อย ๆ แน่เลยล่ะ ทางที่ดีรีบปฏิบัติตามซะตั้งแต่วันนี้ เพื่อหน้าสวยใสในวันข้างหน้ายังไงล่ะคะ ^_^

ข้อมูลจาก : bustle.com และ noskinproblems.com,kapook.com

1

10 ครีมบำรุงผิวหน้าผู้หญิงอายุ 30+ ที่สาวรุ่นใหญ่ผู้รักความงามไม่ควรพลาด !

1

คัดมาแล้ว ครีมบำรุงผิวหน้าผู้หญิงอายุ 30+ รับรอง 10 ตัวนี้แหละ ที่สาวรุ่นใหญ่ผู้รักความงามใช้แล้วจะต้องเลิฟ

ถึงแม้อายุจะล่วงเลยเข้าสู่วัยเลข 3 แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงก็ต้องอย่าหยุดสวย ซึ่งสาว ๆ รุ่นใหญ่คนไหนที่อยากจะดูหน้าเด็กตลอดเวลา สิ่งสำคัญที่สาว ๆ วัยนี้ควรทำก็คือการทาครีมบำรุงผิวหน้า เพื่อชะลอริ้วรอยและความเหี่ยวย่นนั่นเอง ว่าแต่เอ… จะมีครีมบำรุงผิวหน้าตัวไหนบ้างนะ ? ที่เหมาะกับสาว ๆ วัย 30+ เอ้า ! ว่าแล้วก็ไม่ต้องไปมองหาที่ไหนไกลเลย เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมคัดเฉพาะตัวเด็ด ๆ มารีวิวให้ชมกันแล้ว บอกเลยสาวรุ่นใหญ่ผู้รักความงามทั้งหลายไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง !

2
ภาพจาก : smooth-e.com

1. Smooth-E Gold Cream

หนึ่งในครีมตัวเทพที่ช่วยลดเลือนจุดหมองคล้ำ ริ้วรอยก่อนวัย และช่วยยกระชับใบหน้าให้เต่งตึง ตัวนี้สาว ๆ รุ่นใหญ่หลายคนที่เคยลองพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ผิดหวัง เพราะใช้แค่ไม่กี่สัปดาห์ก็เห็นผลแล้วจ้า สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 140-600 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดค่ะ

3
ภาพจาก : loreal-paris.fr

2. L’Oreal Revitalift Filler [HA]

ครีมบำรุงผิวหน้าสูตรเข้มข้นตัวนี้ เขาว่ากันว่าใช้แล้วจะช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ริ้วรอย และช่วยทำให้ผิวบริเวณร่องแก้มที่ฝ่อตัวลงจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นดูตื้นขึ้นได้ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น และดูอ่อนเยาว์มากขึ้นด้วยล่ะ ราคาอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทค่ะ

4
ภาพจาก : olay.com

3. Olay Regenerist Micro-Sculpting Cream

อีกหนึ่งครีมที่ช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยที่สาว ๆ วัย 30+ กำลังมองหา ตัวนี้ถือเป็นตัวที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ตัวอื่น ๆ เลยทีเดียว เพราะเนื้อครีมทาแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมซาบได้ดี หากใช้เป็นประจำจะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนว่าผิวหน้าดูเต่งตึง รูขุมขนเล็กลง และริ้วรอยก่อนวัยต่าง ๆ ก็ยังจะดูลดลงด้วยค่ะ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท

5
ภาพจาก : eucerin.co.th

4. Eucerin Hyaluron-Filler 3D Filler Day Rich Cream

สำหรับสาว ๆ วัย 30+ คนไหนที่มีผิวแพ้ง่าย ครีมตัวนี้สามารถตอบโจทย์ให้กับคุณได้อย่างดีเลยทีเดียวค่ะ เพราะตัวนี้เหมาะสำหรับผิวบอบบาง รวมถึงผิวแห้งก็สามารถใช้ได้เช่นกันค่ะ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยทำให้ริ้วรอยต่าง ๆ บนหน้าดูตื้นขึ้น ช่วยยกกระชับผิว เหมาะสำหรับใช้ทาตอนกลางวัน เพราะช่วยกันแดดได้ด้วย สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทค่ะ

6
ภาพจาก : lancome-me.com

5. Lancome Renergie Multi-Lift Day Cream

ครีมยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อยให้เต่งตึงจากลังโคม ตัวนี้การันตีเลยว่าสาว ๆ คนไหนได้ลองก็ต้องติดใจ เพราะนอกจากเนื้อครีมจะซึมเร็วแล้ว ยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่สำคัญหากใช้เป็นประจำ จะรู้สึกได้เลยว่าหน้ากระชับขึ้น ผิวเรียบเนียน และริ้วรอยก็ดูตื้นขึ้น สำหรับตัวนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิวเลยค่ะ ราคาประมาณ 4,200 บาท

7
ภาพจาก : ponds.co.za

6. Pond’s Age Miracle Cell Regen Day Cream

ครีมตัวนี้พูดเลยว่า ไม่ว่าจะเป็นตีนกา ริ้วรอย รอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ เอาอยู่จริง ๆ ค่ะ ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ทาตอนกลางวัน เพราะสามารถกันแดดได้ด้วย ทั้งนี้ใครที่มีผิวมันหรือผิวผสมสามารถใช้ได้เลยค่ะ แถมราคาก็ยังไม่แพงมาก ประมาณ 450 บาทเท่านั้นเอง

8
ภาพจาก : skinfoodthailand.com

7. Skinfood Gold Caviar Collagen Cream

ครีมบำรุงผิวหน้าที่มีคอลลาเจนเข้มข้นจากเกาหลี ใครที่อยากจะมีผิวหน้าเรียบเนียน เต่งตึง และไม่มีริ้วรอยก่อนวัย ครีมตัวนี้สามารถช่วยสาว ๆ ได้ค่ะ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวธรรมดาไปจนถึงผิวแห้ง เพราะทาแล้วหน้าจะชุ่มชื้นมาก ราคาประมาณ 1,390 บาทค่ะ

9
ภาพจาก : sk-ii.com

8. SK-II R.N.A. Power Radical New Age Cream

อีกหนึ่งครีมเพื่อผิวอ่อนเยาว์ที่สาววัย 30+ ไม่ควรพลาด สำหรับตัวนี้นอกจากจะช่วยยกระชับผิวและช่วยบำรุงริ้วรอยบนใบหน้าให้ดูตื้นขึ้นแล้ว ยังจะช่วยให้รูขุมขนกระชับ หน้ากระจ่างใส และจุดด่างดำต่าง ๆ ดูลดลง เรียกได้ว่าเป็นครีมที่จะช่วยทำให้คุณดูเด็กอีกครั้งได้เลยล่ะค่ะ แต่ราคาก็ถือว่าค่อนข้างแพงเลยทีเดียว ประมาณ 5,900-6,500 บาทค่ะ

10
ภาพจาก : esteelauder.co.th

9. Estee Lauder Revitalizing Supreme Global Anti-Ageing Creme

เป็นครีมที่รับมือกับอายุที่มากขึ้นได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวค่ะ สำหรับตัวนี้เมื่อใช้เป็นประจำคุณสาว ๆ จะรู้สึกว่าผิวนุ่ม กระชับขึ้น และช่วยปกป้องริ้วรอยก่อนวัยได้ดี เนื้อครีมตัวนี้จะค่อนข้างหนานิดหน่อย เหมาะสำหรับผิวธรรมดาหรือผิวผสม แต่บอกเลยว่าทาแล้วกลิ่นหอมมาก ๆ เลยล่ะ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 3,600 บาท

11
ภาพจาก : garnier.co.th

10. Garnier Ageless White Anti-Aging + Whitening Miracle Cream

ครีมลดเลือนริ้วรอยตัวนี้ ช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างใส และยังช่วยป้องกันผิวจากแสงแดดได้ด้วย เรียกได้ว่าหลอดเดียวเอาอยู่ทุกปัญหาผิวที่วัย 30+ จะต้องเจอเลยล่ะค่ะ ทั้งริ้วรอย จุดด่างดำ ผิวหน้าเหี่ยวย่น แถมยังใช้ได้กับทุกสีผิว เหมาะใช้ทาเป็นประจำทุกวัน ซึ่งจะทำให้หน้าของคุณสาว ๆ ดูอ่อนเยาว์ขึ้น แถมราคาก็ยังสบายกระเป๋าอีกด้วย ประมาณ 380 บาทเท่านั้นเอง

จัดไปอย่าให้เสีย ! เมื่อรู้จักผู้ช่วยบำรุงผิวหน้าดี ๆ เหล่านี้กันไปแล้วก็อย่ารอช้ากันอยู่เลยค่ะ รีบไปสอยมาใช้ให้ผิวหน้าสวยเด้ง แลดูอ่อนเยาว์ตลอดกาลกันเลยดีกว่า…

ขอขอบคุณ kapook.com

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQwNy8yMDM3OTU4L2Rlc2QuanBn

แพะคดีฆ่าคนตาย ติดคุกฟรี 7 ปี ร้องตำรวจเยียวยา 10 ล้าน

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQwNy8yMDM3OTU4L2Rlc2QuanBn

(27 ก.ค.) นายธีระยุทธ กาลมิกาล ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่น พร้อมทนายความ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม และขอเงินเยียวยา จำนวน 10 ล้านบาท กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2551 ถูกตำรวจ สภ.สุขสำราญ จังหวัดระนอง จับกุมในข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่สุดท้ายศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง ต้องติดคุกกว่า 6 ปี

นายธีระยุทธ เล่าว่า วันเกิดเหตุตนไปนั่งดื่มสุรากับเพื่อน ต่อมาเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ใกล้กันถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต เมื่อทราบข่าวตนเองได้เข้าไปพยายามช่วยเหลือ แต่สุดท้ายถูกตำรวจ สภ.สุขสำราญ กล่าวหาว่าเป็นมือปืนด้วยฐานะทางครอบครัวที่ยากจน จึงไม่มีเงินต่อสู้คดี เบื้องต้นศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษาประหารชีวิต แต่ศาลฎีกาพิพากษากลับยกฟ้อง กว่าคดีจะสิ้นสุดต้องติดคุกถึง 6 ปี 10 เดือน แม้ออกจากคุกมาแล้วยังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ติดตาม จนต้องหนีไปอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว

ด้าน นายภีมเดช อมรสุคนธ์ ทนายความ กล่าวว่า คดีนี้มีตำรวจกว่า 10 นาย ทั้งอยู่ในพื้นที่และโยกย้ายไปพื้นที่ต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับผู้การ – พนักงานสอบสวน ที่ร่วมกันสร้างหลักฐานเท็จยัดเยียดข้อหาให้ ทั้งที่ นายธีระยุทธ ไม่ใช่คนร้าย เพื่อต้องการปิดคดีให้เร็ว จึงอยากเรียกร้องความเป็นธรรมดังกล่าว

ขอบคุณภาพประกอบจาก เจาะประเด็นข่าวค่ำ
ที่มา : http://news.sanook.com/2037958/

1

7 ท่าออกกำลังกายลดก้น เบิร์นไขมันให้กระจาย แถมได้พุงยุบ !

1
วิธีลดก้นด้วยการออกกำลังกาย ที่ทำแล้วได้ของแถมเป็นหน้าท้องที่ฟิต แอนด์ เฟิร์ม อยากหุ่นดีแบบไม่เสียเวลาต้องรีบทำตามนี้

คงไม่มีสาว ๆ คนไหนอยากมีสะโพกและก้นที่เผละ ๆ ย้วย ๆ ใช่ไหมล่ะคะ และวิธีที่จะฟิตสัดส่วนเหล่านี้ได้ก็คือการออกกำลังกาย แต่จะดีแค่ไหนถ้าหากท่าออกกำลังกายลดก้น และสะโพก สามารถช่วยลดพุงย้วย ๆ ให้กลายเป็นหน้าท้องที่แบนราบได้ในเวลาเดียว นี่คือ 7 ท่าออกกำลังกายลดก้น ที่ช่วยลดหน้าท้องไปได้พร้อม ๆ กัน จะออกกำลังกายทั้งทีจะมัวแต่ออกกำลังกายทีละส่วนไปทำไม มาจัดท่าเหล่านี้สิ เพื่อหุ่นสวยสมใจ

1. ท่าสกี สควอท (Ski Squat)

ท่าสควอท เป็นท่าออกกำลังกายที่ดีต่อกล้ามเนื้อบริเวณก้นและสะโพก แต่ถ้าหากเปลี่ยนจากการกางขาออกกว้างแล้วย่อตัวลง เป็นขาชิดกันแล้วย่อตัวให้อยู่ในท่าคล้ายกับการเล่นสกี ก็จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อท้องไปพร้อม ๆ กัน

วิธีฝึก

1. ยืนตรงขาชิด แขนแนบลำตัว
2. ยกแขนทั้ง 2 ข้างขึ้น กำมือไว้บริเวณหน้าอก ย่อตัวลง เข่าตั้งฉากกับพื้น โดยอย่าให้ขาแยกออกจากกัน จากนั้นยืดตัวขึ้น
3. ทำซ้ำ 15-20 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต

2. ท่าปั่นจักรยานกลางอากาศ (Bicycle Crunch)

ท่าปั่นจักรยานกลางอากาศ เป็นท่าที่เน้นออกกำลังกายบริเวณสะโพกและหน้าท้องโดยเฉพาะ ทำเป็นประจำกล้ามเนื้อท้อง รวมทั้งสะโพกและก้นที่ฟิต แอนด์ เฟิร์ม ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

วิธีฝึก

1. นอนหงายกับพื้น ขาทั้ง 2 ข้างชิดกัน มือสองข้างประสานกันไว้ที่หลังศีรษะ ยกศีรษะขึ้นเล็กน้อย เกร็งหน้าท้อง
2. ยกขาทั้ง 2 ข้างขึ้น ให้เข่าตั้งฉากกับพื้น และขาทั้ง 2 ข้างขนานกับพื้น
3. เหยียดขาซ้ายตรงออกไป ดึงเข่าขวาขึ้นมาชิดหน้าอก เอียงตัวไปทางขวา แล้วเปลี่ยนข้าง
4. ทำซ้ำ 15-20 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต

2

3. ท่าแพลงก์ (Elbow Plank)

หลายคนคงจะรู้จักกับท่านี้กันเป็นอย่างดี เพราะท่าแพลงก์เป็นท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ที่ได้ผลดีทั้งร่างกาย โดยเฉพาะหน้าท้อง และสะโพก อีกทั้งยังฝึกความแข็งแรงของร่างกายได้อีกด้วย

วิธีฝึก

1. นั่งคุกเข่ากับพื้น วางศอกทั้ง 2 ข้างลงกับพื้น
2. ค่อย ๆ เหยียดขาตรงออกไป วางปลายเท้า ทิ้งน้ำหนักที่บริเวณปลายแขน ข้อศอก และปลายเท้า เกร็งหน้าท้องและสะโพกให้ร่างกายอยู่ในระนาบเดียวกัน
3. ค้างท่าไว้ 30 วินาที-1 นาที แล้วคลายท่า ทำซ้ำ 3 เซต

4. ท่าลันจ์หมุนเอว (Forward Lunge Rotation)

ท่าลันจ์ง่าย ๆ ที่เพิ่มการหมุนเอวเข้าไปเพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องได้รับการบริหารเพิ่มขึ้น ถ้าไม่อยากเสียเวลาในการออกกำลังกายหน้าท้องและสะโพกมากนัก ท่านี้ช่วยได้ดีเยี่ยม

วิธีฝึก

1. ยืนตรงขาชิด แขนแนบลำตัว
2. ยกมือขึ้นประสานกันบริเวณอก โดยให้ข้อศอกตั้งฉากกับพื้น ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า ย่อตัวลงให้เข่าขวาตั้งฉาก อย่าให้เข่าซ้ายแตะพื้น แล้วหมุนเอวไปด้านขวา
3. ถอยเท้ากลับ เปลี่ยนมาก้าวเท้าซ้าย และหมุนเอวไปด้านซ้าย
4. ทำซ้ำ 15-20 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต

3


5. ท่าสะพาน (Bridge)

ท่าสะพานเป็นท่าออกกำลังกายพื้นฐานที่สามารถบริหารหลายส่วนของร่างกายไปพร้อม ๆ กัน โดยเฉพาะบริเวณก้นกับสะโพก นอกจากนี้ยังสามารถบริหารกล้ามเนื้อท้อง รวมทั้งกล้ามเนื้อแกนกลางของร่างกายอีกด้วย

วิธีฝึก

1. นอนหงายกับพื้น แขนวางแนบลำตัว จากนั้นชันเข่าทั้ง 2 ข้างขึ้นให้ตั้งฉากกับพื้น
2. ยกสะโพกขึ้นสูง เกร็งหน้าท้องและสะโพกค้างไว้สักครู่ แล้ววางสะโพกลงกับพื้น
3. ทำซ้ำ 15-20 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต

6. ท่าเคิร์ทซี่ คิก (Curtsy Kick)

ท่านี้เป็นท่าที่ผสมผสานกันระหว่างท่าเคิร์ทซี่ หรือท่าก้าวขาไขว้ไปด้านหลัง กับท่าการเตะด้านข้าง โดยท่านี้เมื่อก้าวขาไขว้ไปด้านหลังก็จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อก้นและสะโพก เมื่อเตะออกไปด้านข้าง ส่วนกล้ามเนื้อหน้าท้องก็จะได้รับการบริหาร ทำให้ทั้งก้นและหน้าท้องฟิต แอนด์ เฟิร์มไปได้พร้อม ๆ กัน

วิธีฝึก

1. ยืนตรง แยกขาออกจากกันเล็กน้อย ยกมือขึ้นเท้าเอวหรือกำมือชูไว้บริเวณเหนืออกเล็กน้อย
2. ก้าวขาขวาไขว้ไปด้านหลังย่อตัวลงตาม ให้ปลายเท้าไปแตะด้านซ้ายห่างจากตัวมากที่สุด
3. ยืดตัวขึ้น และเตะขาขวาไปด้านข้าง กลับสู่ท่าเริ่มต้น
4. ทำซ้ำ 15-20 ครั้ง แล้วเปลี่ยนข้าง ทำทั้งหมด 3 เซต

7. ท่าพาวเวอร์ ลันจ์ (Power Lunge)

ท่าพาวเวอร์ลันจ์ จะแตกต่างกับท่าลันจ์ปกติตรงที่จะใช้การกระโดดเพื่อสลับขา ซึ่งท่านี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณสะโพกและก้นได้ใช้งานมากขึ้น และกระตุ้นให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องได้รับการบริหารไปในตัว

วิธีฝึก

1. ยืนตรงขาชิด แขนแนบลำตัว
2. กระโดดแยกขาออก โดยให้ขาขวาไปด้านหน้า ขาซ้ายไปด้านหลัง แล้วย่อตัวลงให้สุดจนเข่าขวาตั้งฉาก แต่อย่าให้เข่าซ้ายแตะพื้น แขนแกว่งไปตามจังหวะ
3. กระโดดขึ้น ในขณะกระโดด ให้สลับขาซ้ายมาด้านหน้า และขาขวาไปอยู่ด้านหลัง ย่อตัวลงสุดให้เข่าซ้ายตั้งฉาก เข่าขวาไม่แตะพื้น
4. ทำสลับกัน 15-20 ครั้ง ทั้งหมด 3 เซต

    เอาล่ะ คุณสาว ๆ ได้ท่าออกกำลังกายใหม่ ๆ ที่ช่วยฟิตหุ่นกันไปแล้ว อย่าลืมหาเวลาออกกำลังกายกันล่ะ แต่ก็อย่าหักโหมกับการออกกำลังกายมากจนเกินไป เพราะยังไงสุขภาพก็มาก่อนสิ่งอื่นใดนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Self
Fitwirr
Skinnyms

kapook.com

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQwNy8yMDM3ODUwL25ld3MxNi5qcGc=

เสาหลักบ้านกลางถนน ไม่มีใครกล้าย้าย ลือถึงขั้นตายโหง

สุดแปลก! เสาหลักบ้าน-ศาลพระภูมิ ตั้งอยู่กลางถนน ชาวบ้านบอกไม่มีใครกล้าย้ายออก หลังเกิดอาถรรพ์ ใครลบหลู่ต้องมีอันเป็นไป

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQwNy8yMDM3ODUwL25ld3MxNi5qcGc=

(27 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหนองกุง หมู่ 1 ต.หนองกุงศรี อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี หลังทราบว่า มีเสาหลักบ้านและศาลพระภูมิ ตั้งอยู่กลางสี่แยกบนถนนในหมู่บ้าน เมื่อเดินทางไปถึงพบ ถนนสี่แยกศาลากลางหมู่บ้านหนองกุง กลางถนนพบเสาหลับบ้านและศาลพระภูมิสีน้ำเงิน มีรูปปั้นช้างม้าและตุ๊กตาจำนวนมาก พร้อมเครื่องเซ่นไหว้ เหล้าขาว น้ำดื่ม น้ำแดง หมาก พลู วางไว้จำนวนมาก

นายทองสา ชาติแพงตา อายุ 45 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนองกุง เปิดเผยว่า หมู่บ้านนี้ได้จดทะเบียนเป็นหมู่บ้านเมื่อปี 2475 มี 215 หลังคาเรือนมี จำนวนประชากร 856 คน ส่วนมากมีอาชีพเกษตรกร ทำไร่ ทำนา นอกจากนั้นชาวบ้านก็มีอาชีพเสริมที่ทาง อบต.มาส่งเสริม กลุ่มสร้างงานสร้างรายได้เป็นอาชีพเสริม

ส่วนเสาหลักบ้านและศาลพระภูมิที่เห็นนั้น คนแก่คนเฒ่าในหมู่บ้านเล่าต่อกันมาว่า ก่อนจะย้ายมาอยู่หมู่บ้านหนองกุง ชาวบ้านได้อาศัยอยู่ที่บ้านคำหางม้า ห่างจากหมู่บ้านนี้ไปหลายกิโลเมตร ต่อมาได้เกิดโรคห่าระบาดชาวบ้านล้มตายจำนวนมาก จึงได้ย้ายมาตั้งหมู่บ้านที่นี่

ต่อมาได้สร้างเสาหลักบ้านและศาลพระภูมิขึ้นกลางถนนสี่แยกกลางหมู่บ้าน เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน เดิมเป็นถนนดินทรายและเป็นถนนลูกรังต่อมา เมื่อ 10 ปี ที่ผ่านมา อบต.ได้ขยายถนนเป็นถนนลาดยาง ได้เรียกประชุมชาบ้านที่ศาลากลางหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ติดกับเสาหลักบ้าน เพื่อขอมติย้ายเสาหลักบ้านและศาลพระภูมิ

ผลจากการประชุม เสียงของชาวบ้านแตกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายเห็นชอบให้ย้ายเสาหลักบ้านและศาลพระภูมิไปไว้ที่อื่น และฝ่ายที่คัดค้านให้ไม่ย้ายไปไหน ทำให้เกิดการโต้เถียงกัน ชาวบ้านชายฉกรรก์ฝ่ายต้องการให้ย้ายเสาหลัก ไม่พอใจได้ใช้เท้าชี้ไปที่เสาหลักบ้านและศาลพระภูมิ พร้อมกับพูดจาลบหลู่ดูหมิ่น

หลังจากนั้นก็เดินไปตามถนนเพื่อกลับบ้าน ไม่ถึง 1 กิโลเมตร ก็ถูกรถบรรทุกสิบล้อชนตายคาที่ นอกจากนี้มีคนงานสร้างถนนพูดจาลบหลู่ดูหมิ่นเสาหลักบ้านและศาลพระภูมิอีกครั้ง ต่อมาม่นานก็ถูกรถไถเหยียบศีรษะเสียชีวิต จึงทำให้ไม่มีชาวบ้านคนใดกล้าคิดจะย้ายเสาหลักบ้านและศาลอีก

นายทองสา เล่าอีกว่า เสาหลักบ้านและศาลพระภูมิอยู่ตรงกลางถนนนี้มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย เดิมศาลนี้ทำด้วยไม้และตั้งอยู่บนเสาที่เป็นไม้เสาเดียว ต่อมานานเข้าเสาก็เกิดอาการผุพัง ก็ได้มีการบูรณะโดยการนำปูนมาหล่อทับไว้

ซึ่งศาลพระภูมินี้เป็นที่นับถือกันมากของชาวหนองกุง ลูกหลานทุกคนจะไปสอบเรียนต่อหรือสอบทำงาน ก็จะพากันมากราบขอพรให้ประสบผลสำเร็จ เมื่อสำเร็จก็จะกลับมาไหว้ ต่อมาผู้ใหญ่บ้านร่วมกับชาวบ้านได้ช่วยกันบูรณะเหมือนเช่นที่เห็น พร้อมทั้งได้นำรูปปั้นช้างม้าและตุ๊กตา พร้อมน้ำแดงมาเซ่นไหว้กัน

ล่าสุดเมื่อต้นปี 2558 มีชาวบ้านทำผิดประเพณีหลายอย่าง เช่น ฆ่าสัตว์ใหญ่ในหมู่บ้าน สีข้าวในวันพระ เอาศพคนตายโหงเข้าทำพิธีในบ้าน ซึ่งปกติจะต้องเอาไปทำพิธีที่วัด ทำให้เกิดอาเพศ มีคนตายโดยไม่ทราบสาเหตุถึง 9 ศพในเวลาไล่เลี่ยกัน ชาวบ้านทางภาคอีสานถือว่าตายผิดปกติ จึงทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว

เมื่อตนรับตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน จึงได้นำร่างทรงมาทำพิธี ทำให้ทราบว่าชาวบ้านทำผิดข้อห้ามและจารีตประเพณี ได้ตั้งกฎและข้อห้ามขึ้นมาใหม่ว่า จะไม่ทำผิดล่วงเกินเสาหลักบ้านและศาลพระภูมิ ไม่ทำผิดจารีตประเพณีที่ปฏิบัติกันมา ทำให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุขและไม่มีการเสียชีวิตติดต่อกันอีกเลย อีกทั้งชาวบ้านได้มาบนบานศาลกล่าวขอสิ่งใดก็ได้สมปรารถนา จึงได้นำของมาเซ่นไว้จำนวนมากดังที่เห็น

ขอบคุณที่มา : http://news.sanook.com/2037850/

manat03

มนัสนันท์ ปานดี อดีตนักแสดง ย่องขโมยของในตลาดนัด พอถูกจับอ้างเป็นบ้า

ตำรวจชลบุรีรวบ มนัสนันท์ ปานดี อดีตดาราตัวประกอบหนังดัง “แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า” ตกอับ ก่อเหตุขโมยของในตลาดนัดกลางเมืองศรีราชา พอถูกจับได้ เจ้าตัวอ้างเป็นบ้า

manat02 manat03

วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 นำเสนอว่า วานนี้ (27 กรกฎาคม) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา รับแจ้งเหตุมีคนร้ายขโมยกระเป๋าสะพายแม่ค้าในตลาดนัดกลางเมืองศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรุดไปให้ความช่วยเหลือ

เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุพบ น.ส.วนิดา แสงมณี ผู้เสียหายซึ่งเป็นแม่ค้าขายในตลาดนัด และ น.ส.มนัสนันท์ ปานดี ผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ ซึ่งถูกประชาชนในบริเวณดังกล่าวช่วยกันจับกุมไว้ได้ จึงนำตัวผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุไปสอบปากคำที่ สภ.ศรีราชา

manat01

โดย น.ส.วนิดา ผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.มนัสนันท์ ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ได้เดินเข้ามาทำทีเลือกสินค้า ก่อนเอาเสื้อคลุมวางคลุมกระเป๋าสะพายของตนที่วางไว้ พอตนผลอ น.ส.มนัสนันท์ ก็รีบรวบทั้งเสื้อและกระเป๋าของตนที่วางไว้ไปและรีบเดินออกไป ตนเห็นว่าผิดสังเกตจึงเช็กสินค้าก็พบว่า กระเป๋าสตางค์ได้หายไป ก็รีบวิ่งไล่ตาม พร้อมทั้งตะโกนให้คนในตลาดช่วยจับกุมตัว จนสามารถจับกุมตัวได้

manat04

ขณะที่ น.ส.มนัสนันท์ ผู้ก่อเหตุ ยอมรับว่า ได้ขโมยของไปจริง แต่ก็ยังพูดจาวกไปวนมา พร้อมทั้งบอกว่า อย่าเอาเรื่องตนเลย ตนเป็นคนบ้า มีบัตรคนบ้า แต่พอเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้นำบัตรมาแสดง น.ส.มนัสนันท์ ก็อ้างว่า อยู่ที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้โทรศัพท์ติดต่อญาติเพื่อมายืนยัน แต่ปลายสายกลับตอบกลับมาว่าไม่รู้จัก และแจ้งกลับมาว่า โดน น.ส.มนัสนันท์ แอบอ้างชื่อเป็นประจำ ก่อนปิดเครื่องไป

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อไปหาพ่อของ น.ส.มนัสนันท์ เมื่อแจ้งไปว่า น.ส.มนัสนันท์ ถูกจับกุมอยู่ ผู้เป็นพ่อกลับอ้างว่า เลี้ยงหลานอยู่ ไม่ยอมมาที่สถานีตำรวจ

และจากการตรวจสอบประวัติของ น.ส.มนัสนันท์ พบว่า เคยแสดงภาพยนตร์เรื่องแสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า และภาพยนตร์เรื่องโกยเถอะโยม อีกทั้งยังเคยต้องคดีเสพยาเสพติดมาแล้วถึง 2 ครั้ง

manat05manat06manat07manat08

ข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก มนัสนันท์ ปานดี, รายการเรื่องเล่าเช้านี้
ขอบคุณที่มา : http://hilight.kapook.com/view/140030

kateb1

พ่อเลี้ยงโฉดตื้บลูกวัย 1 ขวบครึ่งดับ ฉุนเห็นนั่งบนมอเตอร์ไซค์ ไร้เงินจัดงานศพ

พ่อเลี้ยงโฉดตื้บลูกวัย 1 ขวบครึ่งดับ ฉุนเห็นนั่งบนมอเตอร์ไซค์ รับ ทำไปเพราะเมา และไม่คิดว่าจะรุนแรงจนถึงตาย ส่วนครอบครัวไร้ค่าจัดงานศพ

kateb1  kateb3

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2559 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดเกาะเสือ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังจากทราบว่ามีเด็กคนหนึ่งวัย 1 ปี 5 เดือน ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต และครอบครัวลำบากมาก ไม่มีเงินจัดค่างานศพ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบ พบว่า เด็กเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่งานมีแม่ น้าสาว และเพื่อนบ้านร่วมงานศพเท่านั้น

kateb2

ด้านนางสาวซีดีฮาวา รายู น้าสาว เปิดเผยว่า ในช่วงตีสองของวันที่ 22 กรกฎาคม ลูกชายมมีอาการท้องบวม หน้าบวม ปัสสาวะไหลผิดปรกติ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่า เด็กถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง อวัยวะภายในเหลวแหลก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ดังนั้น แม่ของเด็กจึงได้ถามนายศิริศักดิ์ คงเกิด พ่อเลี้ยงของเด็ก ซึ่งบอกว่า เด็กตกรถจักรยานยนต์จนได้รับบาดเจ็บ แต่แพทย์บอกว่า เด็กเสียชีวิตเพราะถูกทำร้าย จนสุดท้าย พ่อเลี้ยงสารภาพว่า เป็นคนทำร้ายเด็กด้วยการชกหน้าและกระทืบซ้ำด้วยความเมา

ขณะที่ประเด็นที่ว่า ตอนเด็กอายุ 5 เดือน เคยถูกแม่นำไปทิ้ง ไม่เป็นความจริง เพราะแม่ของเด็กทำงานกลางคืน พักผ่อนตอนกลางวัน ไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยง เพื่อนบ้านจึงนำไปฝากเลี้ยงไว้ที่สถานรับเลี้ยงเด็กใกล้บ้าน

ส่วน ร.ต.อ. วัลลภ สุภาไชยกิจ พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า ตำรวจได้แจ้งข้อหานายศิริศักดิ์ ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และส่งตัวฝากขังผลัดแรก 12 วันที่เรือนจำ จ.สงขลาแล้ว ผลการสอบสวน ทำไปเพราะเมา และเห็นเด็กขึ้นไปเล่นบนรถจักรยานยนต์ ทำให้โมโห ชกไป 10 ครั้ง ไม่คิดจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

ภาพจาก thaich8.com
ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/140021